วิตามินบีรวม (Vitamin B Complex) ต้านหวัดได้?

Last updated: 2021-10-21  | 

วิตามินบีรวม (Vitamin B Complex) ต้านหวัดได้?

 วิตามินบี รวม

                วิตามินบีรวม (Vitamin B Complex) เป็นวิตามินบีสำหรับบำรุงร่างกายและระบบประสาท ซึ่งประกอบด้วยวิตามินบีจำนวนหลายชนิด ในปัจจุบันถูกผลิตออก มาในรูปแบบแคปซูลเสริมอาหาร เพื่อให้รับประทานง่าย และช่วยเสริมแร่ธาตุในส่วนที่ร่างกายมีไม่เพียงพอ
ประกอบด้วยวิตามินบี 8 ชนิด

บี1 หรือ ไทอามีน (Thiamine)
บี2 หรือ ไรโบฟลาวิน (Riboflavin)
บี3 หรือ ไนอะซิน (Niacin)
บี5 หรือ กรดแพนโทเธนิค (Pantothenic acid)
บี6 หรือ ไพริด็อกซิน (Pyridoxine)
บี7 หรือ ไบไอติน (Biotin)
บี9 หรือ กรดโฟลิค (Folic acid)
บี12 หรือ โคบาลามิน (Cobalamin)

ประโยชน์ของวิตามินบีรวม

                วิตามินบีรวมเป็นวิตามินละลายในน้ำ สามารถหารับประทานได้จากอาหารในชีวิตประจำวัน เช่น เนื้อสัตว์ ธัญพืช ผัก และผลไม้ชนิดต่าง ๆ แต่บางครั้งร่างกายของเราก็อาจได้รับวิตามินบีรวมในปริมาณที่ไม่เพียงพอ ทำให้คนยุคใหม่นิยมรับประทานวิตามินชนิดนี้เป็นแคปซูล เพื่อทดแทนสารอาหารที่ร่างกายต้องการ


                ในวิตามินบีรวม 1 เม็ด จะประกอบด้วยวิตามินบีตั้งแต่ 3 ชนิดขึ้นไป และอาจมีมากถึง 8 ชนิดด้วยกัน โดยแต่ละชนิดก็มีประโยชน์ต่อร่างกายในด้านต่าง ๆ ซึ่งสามารถหารับประทานได้จากธรรมชาติด้วย ได้แก่

Vitamin B1

                 วิตามินบี 1 ไทอามีน (Thiamine) นั้นช่วยส่งเสริมการสร้างเซลล์ใหม่ มีประโยชน์ต่อระบบประสาท เสริมสร้างกล้ามเนื้อ เส้นประสาท และหัวใจที่แข็งแรง ช่วยบำรุงสมอง รวมทั้งเสริมสร้างพลังงานให้แก่ร่างกาย ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อาจจะลดความเสี่ยงในการเป็นโรคไตด้วยการรับประทานวิตามิน บี1 วิตามิน บี1 ยังอาจช่วยลดความเสี่ยงของต้อกระจกได้

                อาหารที่พบวิตามินบี 1 ได้แก่ เนื้อหมู นมถั่วเหลือง ข้าวสาลี ธัญพืช เมล็ดทานตะวัน ถั่ว งา

Vitamin B2

                วิตามินบี 2 ไรโบฟลาวิน (Riboflavin) ให้พลังงานแก่ร่างกาย เสริมสร้างกล้ามเนื้อ เส้นประสาท และหัวใจที่แข็งแรงเช่นเดียวกับ บี 1 ช่วยผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงและปกป้องเราจากอนุมูลอิสระ และมีส่วนช่วยป้องกันโรคไมเกรนช่วยลดอาการปวดหัวจากไมเกรน มีประโยชน์ต่อระบบการย่อยอาหารอีกด้วย

                อาหารที่พบวิตามินบี 2 ได้แก่ ไข่ไก่ เนื้อวัว เครื่องในสัตว์ บรอกโคลี เห็ด ผักโขม

Vitamin B3

                วิตามินบี 3 ไนอะซิน (Niacin) ทำหน้าที่สำคัญการควบคุมระบบประสาทและระบบขับถ่าย นอกจากนี้ยังช่วยเปลี่ยนแปลงอาหารให้เป็นพลังงาน มีสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเสื่อมของร่างกาย ช่วยให้สมองและระบบประสาททำงานดียิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มไขมันที่มีความหนาแน่นสูงและลดระดับของคอเลสเตอรอล

                อาหารที่พบวิตามินบี 3 ได้แก่ เนื้อปลาทูน่า ปลาแซลมอน เนื้อไก่ ข้าวกล้อง ถั่วลิสง

Vitamin B5

                วิตามินบี 5 กรดแพนโทเธนิค (Pantothenic acid) ช่วยผลิตฮอร์โมนให้ร่างกาย มีประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร บำรุงผิว ผม และเล็บ

                อาหารที่พบวิตามินบี 5 ได้แก่ ข้าวกล้อง มันฝรั่ง เครื่องในสัตว์ ไข่ อาหารทะเล บรอกโคลี นม

Vitamin B6

                วิตามินบี 6 ไพริด็อกซิน (Pyridoxine) ช่วยปรับสมดุลทางอารมณ์ ดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน และจำเป็นต่อกระบวนการผลิตฮอร์โมนและย่อยสลายโปรตีน กระตุ้นกระบวนการเมตาบอลิซึมในร่างกายให้ทำงานดีขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ บรรเทาอาการก่อนมีประจำเดือน และอาการคลื่นไส้ที่เกี่ยวข้องกับการตั้งครรภ์

                อาหารที่พบวิตามินบี 6 ได้แก่ อกไก่ เครื่องในสัตว์ มันฝรั่ง กล้วย ถั่ว

Vitamin B7

                วิตามินบี 7 ไบไอติน (Biotin) เป็นอีกปัจจัยสำคัญในการผลิตฮอร์โมน มีปริมาณสารอาหารที่เรียกว่า "ไบโอติน" ช่วยบำรุงสมอง และร่างกายส่วนต่างๆ เช่น ผิวหนัง ดวงตา เส้นผม เล็บ

                อาหารที่พบวิตามินบี 7 ได้แก่ ไข่แดง ตับ ธัญพืช ถั่วลิสง อัลมอนด์ กล้วย ดอกกะหล่ำ

Vitamin B9

                วิตามินบี 9 กรดโฟลิก (โฟลาซิน] [Folic acid / Folate] ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของทารก ช่วยให้เซลล์สร้างและบำรุงดีเอ็นเอ และยังช่วยเสริมสร้างการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาว ลดภาวะโลหิตจาง เสริมระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย และยังเชื่อกันว่าสามารถป้องกันโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งตับอ่อนได้ สำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์ อาจช่วยลดความเสี่ยงในการให้กำเนิดทารกที่มีความบกพร่องตั้งแต่กำเนิด

                อาหารที่พบวิตามินบี 9 ได้แก่ ไข่ ตับ ถั่ว กล้วย อะโวคาโด และผักใบเขียว

Vitamin B12

                วิตามินบี 12 โคบาลามิน (Cobalamin) เสริมสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง บำรุงประสาท ปรับสมดุลทางอารมณ์ ชะลอโรคสมองเสื่อม ช่วยส่งเสริมการควบคุมระดับของกรดอะมิโนโฮโมซีสเทอีน (amino acid homocysteine) ซึ่งหากระดับนี้สูงเกินไป คุณอาจเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจได้

                อาหารที่พบวิตามินบี 12 ได้แก่ เนื้อสัตว์ ปลา ตับ ไข่ โยเกิร์ต นม ชีส

วิตามินบีรวม ควรกินตอนไหนดีที่สุด?

                 การใช้วิตามินบีรวมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ควรเลือกกินในช่วงเวลาที่เหมาะสม หลายคนอาจจะเลือกกินก่อนนอน ซึ่งจริง ๆ แล้วช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับกินวิตามินบีรวมมากที่สุดก็คือ กินพร้อมมื้ออาหารและหลังอาหาร เนื่องจากร่างกายจะสามารถดูดซึมได้ดีที่สุด

                นอกจากนี้ หากต้องการกินวิตามินบีรวมให้ได้ผลดีที่สุด ควรกินพร้อมกับวิตามินซี ในมื้ออาหารเช้า กลางวัน หรือเย็น ในปริมาณที่เหมาะสมกับที่ร่างกายต้องการ

                โดยสามารถปรึกษาเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญก่อนกินวิตามินบีรวม เนื่องจากบางคนอาจได้รับผลข้างเคียงจากการกินวิตามินบีรวม เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้ป่วยเบาหวานและโรคตับ รวมถึงผู้ที่มีประวัติการแพ้ยา เป็นต้น ส่วนสตรีมีครรภ์ หรือสตรีให้นมบุตร ก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกใช้วิตามินบีรวมเพื่อเสริมอาหาร

                ทั้งนี้ การกินวิตามินบีรวมอาจทำให้ปัสสาวะมีสีเข้มกว่าเดิม ผู้ที่เลือกกินวิตามินบีรวมเพื่อบำรุง หรือฟื้นฟูร่างกาย ควรกินอาหารชนิดอื่นให้ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาด และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอควบคู่ไปด้วย

 


บริษัท โกลบอล อินสไปร์ แลบบอราทอรีส์ คือ โรงงานผลิตเวชสำอางค์และอาหารเสริม มาตรฐานสากล มีความเชี่ยวชาญในการวิจัยและพัฒนาการผลิตอาหารเสริมและเวชสำอางค์แบบครบวงจรเพื่อตอบสนองธุรกิจ OEM และ ODM ในประเทศไทยและทั่วโลกเราคัดสรรส่วนประกอบ สารสกัดที่มีคุณภาพจากทั่วโลก

เริ่มต้นสร้างแบรนด์กับโรงงานมาตรฐาน GMP สร้างแบรนด์ดัง ปรึกษาการตลาดกับนักการตลาด มืออาชีพ
โกลบอล อินสไปร์ แลบบอราทอรีส์ เพราะเราคือ คู่คิด มืออาชีพ เคียงข้างคุณ
#GlobalInspiredLaboratory

Contact us ติดต่อเราได้ที่
Tel : 066-159-2565
Line : @globalinspired (อย่าลืม @ ด้านหน้านะคะ)
เวลาทำการ : 9.00 น. - 19.00 น. วันจันทร์ - วันเสาร์ (หยุดวันอาทิตย์)

Powered by MakeWebEasy.com