ทำไมต้องกิน "คอลลาเจน" ?

Last updated: Aug 5, 2020  |  บทความแนะนำ

ทำไมต้องกิน "คอลลาเจน" ?

ทำไมต้องกิน "คอลลาเจน"?

สรรพคุณของ "คอลลาเจน" จริงๆแล้วเป็นยาที่ช่วยชะลอวัย แก้ต้นเหตุความแก่ความเหี่ยวจริงหรือเปล่า?
คำตอบ คือ ใช่ มันช่วยไม่ให้คุณแก่เร็ว แต่คอลลาเจนยา ไม่ได้มีสรรพคุณเป็นยาวิเศษที่กินแล้วหน้าเด็กเลยทันที
และจริงๆ แล้วร่างกายของคนเราสามารถสร้างคอลลาเจนขึ้นมาได้เองอีกด้วย

           ภญ.ภิชาญดา จงนวรชัย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายไว้ในบทความวิชาการว่า คอลลาเจน คือ เส้นใยโปรตีนชนิดหนึ่ง เป็นองค์ประกอบหลักของผิวหนัง ขน และเส้นผม ช่วยทำให้ผิวหนังคงความเต่งตึง ยืดหยุ่น เรียบเนียน กระชับ อีกทั้งยังเป็นองค์ประกอบของกระดูก กระดูกอ่อน จึงมีการนำคอลลาเจนไปใช้ในคนไข้โรคข้อเข่าเสื่อม และในคนที่มีภาวะกระดูกบาง กระดูกเปราะ

           คอลลาเจน เป็นสิ่งที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองได้ และได้รับจากอาหารหลายประเภท แต่ในคนที่มีอายุมากขึ้นโดยเฉพาะคนที่มีอายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป พบว่าการสังเคราะห์คอลลาเจนจะลดลง รวมถึงผู้ที่มีปัจจัยบางอย่างทำให้คอลลาเจนเสื่อมสภาพหรือถูกทำลายได้ง่าย เช่น ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ ผู้ที่มีความเครียด ผู้ที่สูบบุหรี่ เป็นต้น

           เมื่อได้รับคอลลาเจนที่ไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย จึงทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อย เหี่ยวย่น ไม่เรียบเนียน และเกิดริ้วรอย ดังนั้นสาวๆ หลายคนถึงพยายามสรรหาอาหารเสริมคอลลาเจนมากินบำรุงผิวพรรณและบำรุงสุขภาพ จนตอนนี้ตลาดอาหารเสริม "คอลลาเจน" ในเมืองไทยเติบโตมากถึงขีดสุด


คอลลาเจนมี 3 ชนิด ได้แก่

ชนิดที่ 1 เป็นชนิดที่พบมากถึง 90% มีอยู่ในผิวหนัง เส้นผม เล็บ อวัยวะต่างๆ กระดูก และเส้นเอ็น,

ชนิดที่ 2 พบมากที่กระดูกอ่อน,

ชนิดที่ 3 พบในโปรตีนในกระดูก กระดูกอ่อน เส้นเอ็น และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันอื่นๆ

ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ เครื่องสำอาง อาหารเสริม ขนม หลายอย่างที่มีการผสมคอลลาเจน และเคลมว่าสามารถช่วยบำรุงผิวพรรณให้สวยใส เด้ง กระชับ เช่น

  ผลิตภัณฑ์เวชสำอางอย่าง ครีมบำรุงผิว สบู่ แผ่นมาสก์หน้า
  คลินิกเสริมความงาม เช่น การฉีดคอลลาเจนเข้าผิวหน้า
  ขนมเยลลี่ ลูกอม น้ำผลไม้ ผสมคอลลาเจน
  ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ทั้งในรูปแบบเม็ด ผง หรือเครื่องดื่มพร้อมทาน
  ด้านการแพทย์ นำมาใช้ลักษณะของผิวหนังเทียมรักษาแผลไฟไหม้ และใช้รักษาโรคข้อเสื่อม

"คอลลาเจน" หาได้จากที่ไหนบ้าง?

  1. ร่างกายสร้างได้เอง
    ในวัยเด็กจนถึงช่วงอายุประมาณ 20 ปีปลายๆ ร่างกายของคนเราสามารถสร้างสารประกอบในผิวหนัง เช่น คอลลาเจน อีลาสติน ไฮยาลูโรนิค-แอซิด ขึ้นมาได้เอง ซึ่งร่างกายแต่ละคนจะสร้างคอลลาเจนออกมาได้ไม่เท่ากัน ส่วนหนึ่งมาจากพันธุกรรมหรือยีน ซึ่งได้จากบรรพบุรุษ อาจจะเห็นได้จากลักษณะของครอบครัวนั้นๆ บางครอบครัวก็ดูแก่เร็วทั้งบ้าน บางครอบครัวก็ดูแก่ช้าทั้งบ้าน อีกส่วนหนึ่งมาจากการดูแลร่างกายให้แข็งแรง การออกกำลังกายช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ ทำให้คนที่ออกกำลังกานสม่ำเสมอจะดูเด็กและอ่อนเยาว์

  2. ได้รับจากอาหารที่มี "คอลลาเจน"
    แต่พอเราอายุมากขึ้น (วัย30+) เซลล์ผิวหนังจะมีอายุขัยสั้นลง การสร้างเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินก็ลดลง ทำให้ผิวแห้งคันได้บ่อย เกิดริ้วรอย รอยย่น ผิวหนังหย่อนคล้อย เล็บและผมบางลง ผมหงอก ซึ่งการจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนได้ดีในวัยที่มากขึ้น สามารถทำได้โดยการเลือกกินอาหารที่มีคอลลาเจน ได้แก่

    - ปลาทะเลน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาทู
    - เอ็นและข้อจากสัตว์ เช่น ซุปไก่ทั้งตัว ไก่งวง เอ็นหมู เอ็นวัว และกระดูกอ่อน
    - ผักผลไม้สีแดงส้ม เช่น มะเขือเทศ แครอท ผลไม้ตระกูลส้ม สตรอว์เบอร์รี ราสเบอร์รี
    - ผักผลไม้สีเขียว เช่น อะโวคาโด ผักโขม ผักปวยเล้ง คะน้า บรอกโคลี ซึ่งมีสารคลอโรฟิลชนิดที่ 2 ช่วยเพิ่มปริมาณของโปรคอลลาเจนในผิวหนัง รวมถึงมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีผลยับยั้งความชราของผิวพรรณ
    - อื่นๆ เช่น สาหร่ายทะเล ไข่ไก่ เห็ด เมล็ดฟักทอง เป็นต้น

  3. อาหารเสริมคอลลาเจน
    แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ กินอาหารไม่ค่อยดี และรู้ตัวว่าในแต่ละวันได้รับคอลลาเจนน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการแน่ๆ ก็คงต้องหาตัวช่วยอย่าง "อาหารเสริมคอลลาเจน" มารับประทาน โดยส่วนใหญ่อาหารเสริมตามท้องตลาดมักจะทำมาจากหนังปลา เกล็ดปลา หนังวัว หนังหมู กระดูกวัว เป็นต้น

กิน "คอลลาเจน" ยังไงได้ผลดีที่สุด?

           ดร.ฉัตรภา หัตถโกศล (DrPH, RD) อาจารย์ประจําภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล แนะนำถึงการรับประทานอาหารเสริมคอลลาเจนให้ได้ประโยชน์สูงสุด ดังนี้

  1. ดื่มน้ำมากๆ : คอลลาเจนนั้นต้องการสารละลายในการดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย หากร่างกายได้รับน้ำในปริมาณที่ไม่เพียงพอ ร่างกายก็จะไม่สามารถดูดซึมคอลลาเจนไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้
  2. รับประทานวิตามินซี : วิตามินซีมีส่วนช่วยในการดูดซึมคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้น เพื่อได้รับประโยชน์สูงสุด จึงควรรับประทานคอลลาเจนควบคู่ไปกับอาหารที่มีวิตามินซีสูง
  3. รับประทานขณะท้องว่าง : มีงานวิจัยระบุไว้ว่า การเลือกรับประทานคอลลาเจนชนิด เม็ดหรือน้ำ นั้น ควรรับประทานตอนเช้าขณะท้องว่าง หรือก่อนรับประทานอาหารเช้า 30 นาที เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมคอลลาเจนที่ดียิ่งขึ้น

           นอกจากนี้ก็มีข้อมูลจาก องค์การอาหารและยา แนะนำผู้ที่ต้องการกินคอลลาเจนเสริม สามารถกินเป็นอาหารเสริมได้ 5,000-7,000 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ไม่ควรเกิน 10,000 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้ และควรเลือกกินคอลลาเจนชนิดสายสั้น (Hydrolyzed collagen) เพราะจะทำให้ร่างกายดูดซึมได้ดีกว่าคอลลาเจนสายยาว โดยสังเกตที่ข้างกล่องผลิตภัณฑ์ตอนซื้อ

           นอกจากกินคอลลาเจนได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้ว ก็ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยรักษาคอลลาเจนในร่างกายให้คงอยู่ได้ยาวนานขึ้น ได้แก่
  หลีกเลี่ยงแสงแดด ทากันแดดทุกวัน พกร่มกันแดด
  พยายามเครียดให้น้อยลง หากิจกรรมทำคลายเครียด
  นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 7-8 ชม.ต่อวัน
  กินอาหารที่มีประโยชน์ หรือกินให้ครบ 5 หมู่ งดอาหาร Junk food
  ดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว

cr. https://www.thairath.co.th/lifestyle/woman/health/1590148


รับผลิต คอลลาเจนผงชงดื่ม
คอลลาเจน เกรดพรีเมี่ยม คุณภาพชั้นนำ จากต่างประเทศ < Hydrolyzed / Peptide / Tri peptide >

บริษัท โกลบอล อินสไปร์ แลบบอราทอรีส์ คือ โรงงานผลิตเวชสำอางและอาหารเสริม มาตรฐาน GMP มีความเชี่ยวชาญในการวิจัยและพัฒนาการผลิตอาหารเสริมและเวชสำอางแบบครบวงจรเพื่อตอบสนองธุรกิจ OEM และ ODM ในประเทศไทยและทั่วโลกเราคัดสรรส่วนประกอบ สารสกัดที่มีคุณภาพจากทั่วโลก

เริ่มต้นสร้างแบรนด์กับโรงงานมาตรฐาน GMP สร้างแบรนด์ดัง ปรึกษาการตลาดกับนักการตลาด มืออาชีพ

Contact us
Tel : 066-159-2565
Line : @globalinspired (อย่าลืม @ ด้านหน้านะคะ)
Website : www.gil.co.th

Powered by MakeWebEasy.com